ร.10 ทรงห่วงสถานการณ์น้ำช่วงแล้งปีหน้า 7 เขื่อนใหญ่ น้ำเหลือน้อยกว่าร้อยละ30

           เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2562 คณะองคมนตรี ประกอบด้วย นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี  พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี  ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำในฤดูแล้ง ปี 62/63 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ สำนักงานทรัพยกรน้ำแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพมหานคร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ณ ห้องธารทิพย์ อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน กทม.

            โอกาสนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี  กล่าวเปิดการประชุม และกล่าวถึงความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ

            จากนั้น ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทานได้รายงานสถานการณ์น้ำ ปัจจุบันทั้งประเทศ (28 พย. 62) มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางรวมประมาณ 49,558 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 65 ของความจุอ่างฯ  มีปริมาณน้ำใช้การได้ 25,548 ล้าน ลบ.ม. สำหรับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 30 มีอยู่ด้วยกัน 7 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำนางรอง เขื่อนทับเสลา และเขื่อนกระเสียว ปริมาณน้ำที่มีอยู่ เขื่อนเหล่านี้สามารถสนับสนุนได้เฉพาะการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ เท่านั้น

            สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักได้แก่เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ฯ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ  11,700 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 47 ของความจุอ่างฯ มีบริมาณน้ำใช้การได้ 5,004 ล้าน ลบ.ม. วางแผนจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนได้เฉพาะการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ และไม้ผลไม้อื่นต้น เท่านั้น

            กรมชลประทานได้วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 2562/63 ไว้อย่างรัดกุม โดยภาพรวมทั่วประเทศจัดสรรไว้ปริมาณ 29,039 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะในช่วงเดือน พ.ย. 2562 – เม.ย. 2563 ได้จัดสรรน้ำไว้ 17,699 ล้าน ล.บม. คิดเป็นร้อยละ 61 ของปริมานน้ำตันทุน ซึ่งจะเน้นสนับสนุนเฉพาะการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ ก่อนเป็นหลัก ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 11,340 ล้าน ลบ.ม. จะสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนปี 2563 ช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค. 63

            ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทุกพื้นที่ บริหารจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด และให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามแผนการจัดสรรน้ำที่วางไว้อย่างเคร่งครัด พร้อมกับจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำ ที่สามารถข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ตลอดเวลา รวมทั้งได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานทั่วประเทศ บูรณาการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในเรื่องของสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง จึงขอให้ทุกภาคส่วนร่วมใจกันรณรงค์ให้มีการใช้น้ำอย่างประหยัดและใช้น้ำให้เป็นไปตามแผนที่ได้วางไว้ เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียพอใช้ตลอดในช่วงฤดูแล้งนี้