วันอังคาร, มิถุนายน 18, 2024
Latest:
-covidnews

สธ.ประกาศฉีดวัคซีนโควิดเข็ม 4 ประชาชนทั่วไปนำร่อง 10 จังหวัดท่องเที่ยว เริ่ม ก.พ.นี้ ใช้สูตรเหมือนบุคลากรด่านหน้า

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ถึงแผนการบริหารวัคซีนป้องกันโควิด-19 เดือน ก.พ. นี้ ว่า ขณะนี้ ศบค.เห็นชอบแผนการฉีดวัคซีนโควิดเข็ม 4 ให้กับประชากรในพื้นที่ 10 จังหวัดท่องเที่ยวและจังหวัดที่พบการติดเชื้อสูง จากเดิมที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ประกาศให้ฉีดเฉพาะกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุข รวมทั้งเจ้าหน้าที่ด่านหน้า และกลุ่มเสี่ยง 608 (ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป)

“ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนเข็ม4 จะเน้นในจังหวัดสีฟ้า เพื่อรองรับการเปิดพื้นจังหวัดท่องเที่ยว(Sandbox) ดังนั้น ประชาชนที่รับวัคซีนเข็ม 3 ไปแล้วเกิน 3 เดือนสามารถเข้ารับเข็ม 4 ได้” นพ.โอภาส กล่าว

นพ.โอภาส กล่าวว่า สำหรับสูตรเข็ม4 ของประชาชนที่ฉีดเข็ม 1-2 เป็นซิโนแวค เข็ม 3 เป็นแอสตราเซนเนกา เข็ม4 ก็จะแนะนำเป็นแอสตราฯ ขณะที่ คนที่ฉีดเข็ม 1-2 เป็นแอสตราฯ เข็ม 3 เป็นไฟเซอร์ เข็ม4 ก็จะแนะนำเป็นไฟเซอร์ ทั้งนี้ ขอให้รับเข็ม3 มาครบ 3 เดือนก่อนจึงเข้ามารับเข็ม4 แต่เราก็มีอธิบายเพิ่มเติมไว้ว่า การฉีดจะวัคซีนใด แพทย์ที่ดูแลสามารถแนะนำตามหลักการได้เช่นกัน

เมื่อถามว่าประชาชนจะติดต่อรับเข็ม4 อย่างไร นพ.โอภาส กล่าวว่า ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานฯ และมีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็นเลขานุการฯ จะวางแผนการบริหารจัดการวัคซีนในแต่ละจังหวัด กำหนดจุดฉีด และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้ามารับเข็ม4 ต่อไป ดังนั้น ขอให้ประชาชนติดตามในส่วนของแต่ละจังหวัด

เมื่อถามว่าผู้ที่รับวัคซีนสูตร ซิโนแวค+แอสตราฯ และเข็ม 3 เป็นแอสตราฯ ดังนั้นควรรับเข็ม 4 เป็นวัคซีนใด นพ.โอภาส กล่าวว่า ประชาชนที่ฉีดสูตรไขว้ ซิโนแวค+แอสตราฯ ส่วนใหญ่ยังไม่ครบกำหนดเข็ม 3 ดังนั้น ตอนนี้เราก็เร่งรัดให้มีการฉีดเข็ม 3 ต่อเนื่อง แต่หากดูตามหลักการก็ควรฉีดไฟเซอร์ แต่อันนี้ยังไม่ถึงกำหนดเวลา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ศบค.ชุดใหญ่เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการเห็นชอบแผนการบริหารจัดการวัคซีนโควิด 19 ตามที่กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ ในแผนการรณรงค์เร่งรัดการฉีดวัคซีนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ในจังหวัดพื้นที่ท่องเที่ยวและพื้นที่ระบาด จำนวน 10 จังหวัด แบ่งเป็น กลุ่มพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวที่เปิดรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร 4 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี กระบี่ และพังงา และกลุ่มพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวหรือมีการระบาด 6 จังหวัด ได้แก่ กทม. ชลบุรี สมุทรปราการ นนทบุรี กาญจนบุรี และปทุมธานี โดยเป้าหมายคือประชากรทุกสัญชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยรวมแล้วมีประมาณ 2.5 ล้านคน โดยชนิดวัคซีนที่ใช้ในการฉีดในพื้นที่ คือ แอสตราเซนเนกา และไฟเซอร์ โดยให้กระจายจุดฉีดทั่วถึงในทุกจังหวัด มีจุดฉีดทั้งระดับ รพ.สต. คลินิกเวชกรรม ซึ่งขณะนี้จัดส่งให้พื้นที่แล้ว 1 ล้านโดส

สำหรับวัตถุประสงค์ของแผนรณรงค์การฉีดวัคซีนดังกล่าว เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวและพื้นที่ระบาด เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ป้องกันการแพร่ระบาด รวมทั้งสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ และเพื่อให้พื้นที่สามารถเปิดการเดินทางและฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเร็ว

ทั้งนี้ การฉีดในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวและระบาด 10 จังหวัด ดังกล่าวมีทั้งการฉีดกระตุ้นเข็ม 3 และเข็ม 4 จึงเป็นการเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ารับการฉีดเข็ม 4 ได้ โดยในส่วนของการกระตุ้นเข็ม 3 นั้น หากรับซิโนแวค/ซิโนฟาร์ม ตามด้วยแอสตราเซนเนกา ให้รับแอสตราเซนเนกา เว้นระยะห่าง 3 เดือนจากเข็ม 2 ส่วนกรณีฉีดแอสตราฯ 2 เข็ม ให้รับไฟเซอร์เว้นระยะห่าง 3 เดือนจากเข็ม 2

ส่วนกรณีรับเข็มที่ 4 นั้น กรณีรับซิโนแวค 2 เข็มตามด้วยแอสตราฯ ให้รับแอสตราฯ ระยะห่าง 3 เดือนหลังฉีดเข็ม 3 ส่วนกรณีรับซิโนแวค 2 เข็มตามด้วยไฟเซอร์ ให้รับไฟเซอร์เป็นเข็ม 4 ระยะห่าง 3 เดือนหลังรับเข็ม 3